web

ทดสอบจุดบอดของคุณ

posted on 06 Dec 2007 11:05 by ouuclub  in web

จุดบอด (Blind Spot) คือจุดๆ หนึ่งในส่วนรับภาพที่ขาดส่วนรับแสงไป ทำให้ไม่สามารถมองเห็นพื้นที่ส่วนนั้นๆได้ ในการขับรถ จุดบอดจะหมายถึงส่วนที่มองไม่เห็นในกระจกมองข้าง เมื่อเรามองไปข้างหน้าหรือกระจกมองข้าง --อันตรายมาก
(อ้างอิงจาก Wikipedia --ห้ามนำไปอ้างอิง เนื่องจากข้อความข้างบนแปลโดยไม่ได้ค้นศัพท์เฉพาะที่ถูกต้อง)

มาลองทดสอบจุดบอดของคุณกันเถอะ

เข้าเว็บไซต์ตามลิ้งค์ด้านล่างพร้อมปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

www.findyourblindspot.com

ขี้เกียจแปลก็เอาเป็นว่าปิดตาซ้าย แล้วใช้อีกข้างที่เหลืออยู่มองจุดฝั่งซ้ายเอาไว้ จากนั้นลองถอยเข้าถอยออกให้ระยะห่างจากตาคุณและจอห่างมากขึ้น พยายามโฟกัสที่จุดทางซ้าย จะมีระยะนึงที่คุณจะรู้สึกว่าจุดทางขวามันหายไป นั่นล่ะครับ

แล้วคุณจะรู้ว่าจุดบอดมีจริง

...

edit @ 6 Dec 2007 11:12:53 by ตัวอู้

edit @ 6 Dec 2007 11:15:33 by ตัวอู้

(ถ้าไม่ต้องการอ่านที่มาที่ไป กรุณา ข้าม ไปยังส่วนการแก้ปัญหาได้เลยครับ)

เจอมาเองกับตัวครับ

ปกติใช้แต่ firefox แต่เนื่องด้วยบางเว็บจำเป็นต้องรันบน ie (Internet Explorer) ซึ่งรุ่นล่าสุดที่ติดตั้งไป ก็เป็น ie7

อันว่า ie7 มีฟีเจอร์ ClearType ที่จะทำฟอนท์ให้เนียนสวยงาม
ซึ่งฟีเจอร์ CT นี้ ผู้ใช้วิสต้าเองก็จะได้(ถูกบังคับ)ใช้เช่นกัน

ส่วนมากปัญหาที่คนส่วนมากจะบ่น คือปัญหาฟ้อนต์มันไม่ชัด

ซึ่งจากการทดลองปรับฟอนต์ พบว่าฟอนท์ยอดฮิตส่วนมาก (Tahoma, Verdana และ Microsoft Sans Serif) จะมีปัญหาคือ ขอบของตัวอักษรมันไม่คอนทราสท์กับพื้นเอาซะเลย

มาดูกันก่อนว่าเจ้า CT-ClearType นี้มันทำอะไร

ClearType
(หมายเหตุ ภาพจากเว็บไซต์ไมโครซอฟท์เองเลย)

ภาพด้านบนแสดงให้เห็นจากซ้ายไปขวา

  1. ภาพที่หนึ่งคือเอาท์ไลน์ของตัวอักษรตัวอย่าง
  2. ภาพนี้คือการเรนเดอร์แบบธรรมดา ซึ่งจะให้ผลแบบ anti-alias ธรรมดา ซึ่งก็จะมีจุด 'jagged' ปรากฎขึ้นบ้าง แต่ไม่มาก (note: anti-alias คือการพยายามทำขอบโค้งต่างๆ ให้ดูนวลเนียนขึ้น)
  3. นี่คือความสามารถของ CT จะสังเกตุได้ว่าจุด 'jagged' มันมากขึ้น ทำให้ดูสมูธเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีที่ดีแต่ผลออกมาแย่ก็มีถมไป CT เองน่าจะเป็นหนึ่งในนั้น ที่ผลออกมาส่วนมากจะทำให้อ่านยากไปซะ ไม่ได้ดีเท่าที่คุย

อย่างไรก็ตามไมโครซอฟท์อ้างว่าที่มันเรนเดอร์ออกมาไม่ชัดเป็นปัญหาจากจอ LCD ครับ (อ้างอิง http://www.microsoft.com/typography/WhatIsClearType.mspx) ซึ่งถ้าจอแพงๆ คุณภาพสูงอาจไม่มีปัญหาก็เป็นได้ครับ --ใครใช้จอแพงๆ ช่วยมาคอนเฟิร์มทีครับ ผมจน

มาดูวิธีแก้กันครับ

การแก้ไขง่ายๆ เลยก็คือ เมื่อฟีเจอร์มันทำงานไม่ดี เราก็ปิดมันซะ

วิธีปรับเอาฟีเจอร์นี้ออก

  • คลิก Tools เลือก Internet Options.
  • คลิก Advanced tab เลื่อนลงมาที่ Multimedia section
  • หาก Clear Type for HTML check box ถูกเลือกอยู่ให้กาออก
  • คลิก OK.


หากยังไม่เปลี่ยน ให้ทำการปิด ie ทั้งหมดแล้วเปิดใหม่ หากยังไม่ได้ผลให้ลองรีสตาร์ท

เท่าที่ลอง ตั้งแต่ลง ie 7 เครื่องผมใช้ Microsoft Outlook ก็ติดโรค CT ไปด้วย หลังจากปิดฟีเจอร์ CT ที่ ie 7 ก็ช่วยให้ฟอนท์ที่ Outlook ผมกลับมาชัดด้วยครับ

ส่วน Vista สามารถปิดฟีเจอร์นี้ได้โดยตรง ซึ่งจะมีผลกับทุกโปรแกรมครับ

วิธีการปิด สำหรับ Vista

  • คลิกขวา เลือก Personalize
  • จากนั้นกดที่ Window color and Appearance
  • กด Effects
  • หาก Check Box ที่ Smooth edge for screen font ถูกเลือกอยู่ ก็เช็คไม่เอา จะเป็นการไม่ใช้ฟีเจอร์นี้ครับ

...

คำเตือน!!!
Entry นี้ ไม่สนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ นะจ๊ะ
โค้ดข้างล่างทั้งหมด ใช้เพื่อการศึกษา เท่านั้น

google

มาดูโค้ดแบบรวบรัด ลัดมากๆ ไว้ใช้หาของบนอินเตอร์เน็ต ด้วย Google

  1. แบบแรก
    -inurl:htm -inurl:html intitle:"index of" "Last modified" ชื่อของที่หา
    ตัวอย่าง:
    -inurl:htm -inurl:html intitle:"index of" "Last modified" gantz

  2. แบบที่สอง
    -inurl:htm -inurl:html intitle:"index of" ชนิดของที่หา "ชื่อของที่หา"
    ตัวอย่าง:
    -inurl:htm -inurl:html intitle:"index of" mp3 "ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้"

ที่เหลือลองกันเองครับ

...

Google Trends
ดาราคนไหนกำลังดัง, เพลงไหนกำลังมา,
หนังเรื่องไหนที่กำลังแรง หรือมือถือรุ่นไหนกำลังอิน

อะไรกำลังฮ้อต อะไรกำลังฮิต Google Trends บอกคุณได้



ด้วยบริการใหม่จากกูเกิ้ล ที่ช่วยให้คุณสามารถเปรียบเทียบเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจในโลกนี้ โดยอาศัยฐานข้อมูลการค้นหาภายในกูเกิ้ล และนำออกมาแสดงให้ทราบว่าเรื่องไหนที่ถูกค้น-ถูกนำมาแสดงบนจอคอมพิวเตอร์มากที่สุด บนเว็บไซต์ของกูเกิ้ล โดยระบบจะแสดงผลในลักษณะกราฟเพื่อให้ดูง่าย ซึ่งกราฟนี้จะแสดงถึงปริมาณเรื่องราวใหม่ๆ ในคำที่คุณเลือก และทางด้านล่างก็จะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ด้วย

อยากลองเล่น Google Trends ต้องทำไงบ้าง...การใช้งาน Google Trends สามารถทำได้ง่ายๆ ออนไลน์ ไม่ต้องโหลดอะไรมาลงเครื่องให้ยุ่งยาก ก่อนอื่นเพียงแค่พิมพ์ www.google.com/trends ลองในช่อง Address ด้านบนของบราวเซอร์คุณ เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ จากนั้นคุณจะเห็นหน้าตาอินเตอร์เฟซที่คุ้นเคยด้วยโลโก้กลางจอ Google ตัวเบ้อเร่อ และช่อง Text field ทางด้านล่าง
ที่เหลือก็คือพิมพ์คำที่คุณอยากทราบลงไปในช่อง และคลิกที่ปุ่ม "Search Trends."

หากต้องการเปรียบเทียบความร้อนแรงของสิ่งที่คุณอยากรู้ก็สามารถทำได้ โดยการเพิ่ม "," แทรกระหว่างคำ เช่น มาม่า, ไวไว หรืออาจเพิ่มตัวเลือกให้มากขึ้น โดยระบบขณะนี้อนุญาติให้ใส่ไปได้ถึงห้าคำด้วยกัน
พิมพ์เสร็จ เสิร์ชปุ๊บ เราก็จะได้เห็นกันว่าบะหมี่ยี่ห้อใดที่คนสนใจมากกว่ากัน (จากการค้นหา และจำนวนข้อมูลในกูเกิ้ล --ความสนใจนี้ที่ไม่ได้มาจากยอดขาย และปริมาณความอร่อยที่อาจวัดจากผงชูรสที่แถมมาในซอง)

ว่าแล้วเรามาลองกันสักหน่อยดีกว่า มาดูกันว่าน้ำดำแบบ 0 แคลอรีสองยี่ห้อ อันในจะฮิตกว่ากัน

ผมเริ่มด้วยการพิมพ์ Coke Zero, Pepsi Max ลงไปในช่องค้นหา เพื่อจะลองดูว่า น้ำดำสองยี่ห้อนี้ อันไหนที่คนสนใจค้นหาข้อมูลมากกว่ากัน

ซึ่งผลของการค้นหาก็เป็นดังนี้

ลองทายกันไหมครับ ว่าเส้นไหน-สีใดของใคร ที่ฮอตฮิตพุ่งสูงสุดๆ

อย่างไรก็ตาม Google Trends ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาในแลปของกูเกิ้ล ซึ่งยังไม่สมบูรณ์นัก จึงอาจมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง และอาจยังไม่สนับสนุนต่างประเทศ ..หรือก็คือภาษาไทยเรานั่นเอง

ที่ยอดเยี่ยมคือ กูเกิ้ลใจดีให้ข้อมูลไปใช้กันฟรีๆ แต่มีข้อแม้ให้ไปอ่านกันก่อนนิดนึงที่นี่

สำหรับผู้ที่ยังงงๆ และนักสถิติที่อยากรู้มากไปกว่านี้ ลองไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ http://www.google.com/intl/en/trends/about.html

...


เคยดูเว็บไซต์สวยๆ กันมามาก
ลองดูเว็บไซต์ที่ออกแบบแย่ๆ กันหน่อยเป็นไร

havenworks.com

(ชื่อก็ฮาแล้ว)